วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

งานที่ได้รับมอบหมาย (Assignment 2)

Search Engine คืออะไร

    เสิร์ชเอนจิน (search engine) คือ โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยครอบคลุมทั้งข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูลบุคคล กลุ่มข่าว และอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่โปรแกรมหรือผู้ให้บริการแต่ละราย. เสิร์ชเอนจินส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ที่มันคิดว่าผู้ใช้น่าจะต้องการขึ้นมา ในปัจจุบัน เสิร์ชเอนจินบางตัว เช่น กูเกิล จะบันทึกประวัติการค้นหาและการเลือกผลลัพธ์ของผู้ใช้ไว้ด้วย และจะนำประวัติที่บันทึกไว้นั้น มาช่วยกรองผลลัพธ์ในการค้นหาครั้งต่อ ๆ ไป

สัดส่วนของผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา (ข้อมูลจาก นิตยสารฟอรบส์ ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2548)
    1. กูเกิล (Google) 36.9%
    2. ยาฮูเสิร์ช (Yahoo! Search) 30.4%
    3. เอ็มเอสเอ็นเสิร์ช (MSN Search) 15.7%

นอกจากด้านบน เว็บอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมได้แก่
- เอโอแอล (AOL Search)
- อาส์ก (Ask)
- เอ 9 (A9)
- ไป่ตู้ (Baidu, 百度) เสิร์ชเอนจิน อันดับ 1 ของประเทศจีน


ประโยชน์ของ Search Engine


1. ค้นหาเว็บที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว
2. สามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, ข่าว, MP3 และอื่นๆ อีกมากมาย
3. สามารถค้นหาจากเว็บไซต์เฉพาะทาง ที่มีการจัดทำไว้ เช่น download.com เว็บไซต์ ์เกี่ยวกับข้อมูล และซอร์ฟแวร์ เป็นต้น 
4. มีความหลากหลายในการค้นหาข้อมูล 
5. รองรับการค้นหา ภาษาไทย
         ในโลกยุคอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนี้มีข้อมูลมากมายมหาศาล การที่จะค้นหาข้อมูล จำนวนมากมาย อย่างนี้เราไม่อาจจะคลิก เพื่อค้นหาข้อมูลพบได้ง่ายๆ จำเป็นจะต้องอาศัย การค้นหาข้อมูลด้วยเครื่องมือค้นหา ที่เรียกว่า Search Engine เข้ามาช่วยเพื่อ ความสะดวกและรวดเร็ว เว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหาข้อมูล มีมากมายหลายทั้งที่เป็นของคนไทย และต่างประเทศ ความหมาย/ประเภท ของ Search Engine การค้นหาข้อมูลบน เครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก 
        ถ้าเราเปิดไป ทีละหน้าจออาจจะต้องเสีย เวลาในการค้นหา และอาจหาข้อมูลที่เราต้องการไม่พบการที่เราจะค้นหาข้อมูลให้พบอย่างรวดเร็ว จะต้องใช้ เว็บไซต์สำหรับการ ค้นหาข้อมูล ที่เรียกว่า Search Engine Site ซึ่งจะทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆ เอาไว้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ผู้ใช้ งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คำ หรือข้อความของหัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่ กำหนด Search Engine แต่ละ แห่งมีวิธีการ และการจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภท ของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวม ข้อมูล 
        ดังนั้น การที่จะเข้าไปหาข้อมูลหรือเว็บไซต์ โดยวิธีการ Search นั้น อย่างน้อย จะต้องทราบว่า เว็บไซต์ที่เข้าไปใช้บริการ ใช้ วิธีการหรือ ประเภทของSearch Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป การเลือก ใช้เครื่องมือในการค้นหาจะต้องเข้าใจว่า ข้อมูล ที่ต้องการค้นหานั้นมีลักษณะอย่างไร มีขอบข่ายกว้างขวาง หรือแคบขนาดไหน แล้ว จึงเลือกใช้เว็บไซต์ค้นหาที่ให้บริการตรงกับ ความต้องการของเรา
        เครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา (Search Engine) มี ประโยชน์อย่างมากต่อผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วไป เนื่องจากข้อมูลข่าวสารบนโลกอินเตอร์เน็ตมีมากมายมหาศาล และเมื่อผู้ใช้ต้องการข้อมูลสารสนเทศใดๆ จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสารสนเทศที่ผู้ใช้งานต้องการ หรือสรุปได้ดังนี้
• ค้นหาเว็บที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว 
• สามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, ข่าว, MP3 และอื่นๆ อีกมากมาย 
• สามารถค้นหาจากเว็บไซต์เฉพาะทาง ที่มีการจัดทำไว้ เช่น download.com เว็บไซต์เกี่ยวกับ ข้อมูลและซอร์ฟแวร์ เป็นต้น 
• มีความหลากหลายในการค้นหาข้อมูล 
• รองรับการค้นหา ภาษาไทย  นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาใน รูปแบบของ Search Bar ที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเข้าผ่านเว็บไซต์ Search Engine เหล่านั้นโดยตรงแล้ว ตัวอย่าง  Search Bar ที่ขอแนะนำ เช่น Google Search Bar, Yahoo Search Bar เป็นต้น



การทำงานของ Search Engine
     Search Engine แต่ละประเภทจะมีการทำงานที่คล้าย ๆ กันนั่นคือ การส่ง Web Crawler หรือSpider ไปเก็บข้อมูลเว็บไซต์ต่าง ๆ เข้ามาเก็บไว้ในระบบ เพื่อจัดทำเป็นดัชนี (Indexing) การค้นหา และเมื่อผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine ตัวโปรแกรม Search Engine ก็จะทำการประมวลผลด้วยอัลกอลิทึมการจัดอันดับ (Ranking) และนำผลลัพท์จากข้อมูลที่มีอยู่ออกมาแสดงผลให้ผู้ใช้งานได้เห็น
Search Engine ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันผู้ใช้งานในประเทศไทยจะใช้งาน Google Search Engine ซึ่งคิดเป็น % แล้วมากถึง 95% เลยทีเดียว เนื่องด้วยคุณภาพ ความเร็วในการค้นหา และลูกเล่นอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผู้ที่ต้องการทำ SEO ก็ควรที่จะศึกษาการทำงานของ Google เพื่อที่จะทำให้อันดับการค้นหาของเว็บไซต์ตัวเองอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้นั่นเอง ไทยมีบอร์ด กับ Search Engineไทยมีบอร์ดขับเคลื่อนโดย SMF ซึ่งในเรื่องของ SEO นั้นถือว่ามีโครงสร้างทาง On Page ที่ดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผู้ใช้งานที่ใช้บริการเว็บบอร์ดของไทยมีบอร์ดไม่จำเป็นที่จะต้องปรับแต่งโครงสร้างใด ๆ ของเว็บบอร์ดเลย เพียงแต่ต้องทำ Off Page ใน Keyword และหน้าที่ต้องการโดยการหา Backlink เข้าสู่เว็บไซต์ เพื่อที่จะทำให้อันดับการค้นหาอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้ เพราะว่าเมื่อผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลต่าง ๆ แล้วเห็นเว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับต้น ๆ ผู้ใช้งานก็ย่อมที่จะคลิกสู่เว็บไซต์เราเป็นแน่ เพียงแค่นี้ก็จะได้คนเข้าเว็บ (Traffic) กันแล้ว Search Engine มี Google, Yahoo, Bing, Ask, Wikipedia, Answers เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

 ความก้านหน้าทาเทคโนโลยีสารสนเทศ
     - รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
     - พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
     - การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน

รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
     - เทคโนโลยีสารสนเทศสามาจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้ัเป็น 6 รูปแบบ ดังต่อไปนี้  คือ
1. เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ , กล้องดิจิตอล , กล้องถ่ายภาพวีดีทัศน์, เครื่องเอ็กซ์เรย์
              2. เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลเป็นสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น เทผแม่เหล็ก,จานแม่เหล็ก,จานแสงหรือแสงเลเซอร์,บัตรเอทีเอ็ม
สิ้นสุดการสนทนา
               3.เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ได้แก่  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์แวร์ และ ซอฟแวร์
               4.เทคโนโลยีที่ใช้ใรการแสดงผลข้อมูล เช่น เครื่องพิมพ์ จอภาพ พลอตเตอร์ ฯลฯ
               5.เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร
6. เทคโนโลยีสำหรับถ่ายทอดหรือสื่อสารข้อมูลได้แก่ ระบบโทรคมนาคมต่างๆ เช่น โทรทัศน์,วิทยุกระจายเสียง,โทรเลข,เทเล็กซ์,และระบบเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้และระยะไก

ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในรูปแบบต่างๆ ทั้ง
ในทางธุรกิจและทางการศึกษา ดังตัวอย่าง เช่น 
- ระบบเอทีเอ็ม
- การบริการและการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต
- การลงทะเบียน

พฤติกรรมการใช้เทคดนโลยีสารสนเทศคืออะไร
การแสดงออกทางความคิดและความรู้สุกในการใช้รูปแบบของเทคโนโลยีทุกประเภท ที่นำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้าง
และเผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ ภาพ,ข้อความ หรือตัวอักษร ตัวเลขและภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น

การใช้อินเทอร์เน็ต งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาพบว่า
- นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง เนื่องจากเห็นว่ามีความสะดวก ในการติดต่อสือสารกับผู้อื่น ในขณะที่การใช้อินเทอร์เน็ตของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่ใช้เพื่อการเรียนรู้ การติดตามข่าวสาร ของสถานศึกษา

ใช้อินเทอร์เน็ต ทำอะไรได้บ้าง ?
- งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษาใช้อินเทอร์เน็ต ในการสนทนา กับเพื่อนๆ และการค้น
- นอกจากนี้งานวิจัยยังชี้ว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้
และประกอบการทำรายงาน

สถานที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
- งานวิจัยพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้าน และมีการใช้อินเตอร์เน็ตที่ห้องสมุดของ
สถาบัน

นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการใช้หรือบริการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน้อย ในรูปแบบไหนบ้าง ? งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษามีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้น้อย ได้แก่ ฐานข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ การเรียนรู้แบบออนไลน์หรือ E-Learning วิดีทัศน์ตามอัธยาศัย (Video onDemand) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

การเรียนรู้แบบออนไลน์ (e-Learning)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสวารสนเทศกับการเรียนการสอนง
- การเรียนรู้แบบออนไลน์ (e-Learning)
-บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction - CAI) หรือ (computer Aided Instruction)
-วีดีทัศน์ตามอัธยาศัย (Vidoed on Demand - VDO)
-หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Books)
-ห้องมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศกับการเรียนการสอน คื่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ซึ่งนำเสนอสารสนเทศที่ได้ผ่าน กระบวนการสร้างและพิจารณามาเปแ็ยอย่างดี โดยมีเนื้อหาวิชาหรือสารสนเทศ แบบฝึกหัด การทดสอบและการให้ข้อมูลป้อนกลับให้ผู้เรียนได้ตอบสนองต่อบทเรียนได้ตามระดับความสามารถของตนเอง เนื้อหาวิชาที่นำเสนอจะอยู่ในรูปมัลตืมีเดีย ซึ่งประกอบด้วย อักษร รูปภาพ เสียง และ/ทั้ง ภาพและเสียง ซึ่งมีพื้นฐานมารจาก การนำหลักการเบื้องต้น ทางจืตวิทยาการเรียนรู้มาใช้ในการออกแบบ

โดยอาศัยพฤติกรรมการเรียนรู้(Learning Behavior) ทฤษฎี การเสริมแรง (Reinforcemment Theory) ทฤษฎีการวางเงือนไขปฎิบัติ (Operant Conditioning Theory) ซึ่งถือว่าความสัมพันธืระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองแลบะการเสริมแรงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีจุดมุ่งหมายนำผู้เรียน ไปสู่การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาศัยการเรียนที่มีการวางโปรแกรมไว้ล่วงหน้า เป็นการให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และมีผลย้อนกลับทันที และเรียนรู้ไปทีละขั้นตอนอย่างเหม่าะสมตามความต้องการและความสามารถของตนเอง

- วีดีทัศน์ตามอัธยาศัย (Vioeo on Demand - VDO)
คือ ระบบการเรียกดู ภาพยนต์ตามสั่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูภาพยนต์หรือข้อมูลภาพเคลือนไหวพร้อมเสียงได้ตามต้องการ ตามสโลแกนที่ว่า "To view what one wants,when one wants" โดยสามารถใช้งานนี้ได้จากเครื่ีอข่ายสื่อสาร ผู้ใช้งาน ซึ่งอยู่หน้าเครื่องลูกข่าย สามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นภาพเคลือนไหว ได้ทุกเมื่อตามต้องการและสามารถควบคุมข้อมูลวีดีโอนั้นๆ โดยสามารถย้อนกลับ(Rewind) หรือรอไปข้างหน้า(Forward)หนือหยุดชั่วคราว(Pause)ได้เปรียบเสมือนการดูวีดีดอที่บ้านนั่นเอง ทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายไม่จำเป็นต้ัองดูข้อมูลดียวกัน กล่าว คือสามารถดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน หรือต่างกันก็ได้

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-biooks) คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านได้ทางอินเทอร์เน็ต โดยมีเครื่องมือที่จำเป็นในการอ่านหนัง

สือประเภทนี้คือ ฮาร์ดแวร์ประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่นๆ พร้อมทั้งติดตั้งระบบปฎิบัติการหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้อ่าน ข้อความต่างๆ ตัวอย่าง เช่น ออร์แกไนเซอร์ แบบพกพาพีดีเอ เป็นต้น


วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

 ความหมายของสารสนเทศ
       * สารสนเทศ หมายถึง ข่าวสารที่สำคัญ เป็นระบบข่าวสารที่กำหนดขึ้น และจัดทำขึ้นภายในองค์การต่างๆ ตามความต้องการของเจ้าของหรือผู้บริหารองค์การนั้นๆ  
       * สารสนเทศ ตรงกับคำในภาษอังกฤษว่า Information หมายถีง ความรู้ที่ได้จาดดารศึกษาค้นคว้า สารสนเทศเป็นความรู้และข่าวสารที่สำคัญที่มีลักษณะพิเศษทั้งในด้านการได้มาและประโยชน์ในการนำไปใช้ปฏิบัติ
       * สารสนเทศ มีความหมายตามที่ได้มีการให้คำจำกัดความที่ใกล้เคียงกัน ดังนี้
       * สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลทั้งด้านปริมาณและด้้านคุณภาพที่มวลจัดหมวดหมู่เปรียบเทียบและวิเคราะห์แล้วสามารถนำมาใช้ได้ หรือนำมาประกอบพิจารณาได้สะดวกกว่าและง่ายกว่า
เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที(IT)  Infomation and communication Technology    
        * เป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อสังคมในปัจจุบันมี่ความเกี่ยวข้องการจัดเก็บ การประมวลผงและการแสดงผลสารสนเทค
 องค์ประกอบหลักของเทคโนโลยีสารสนเทค 
         * เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบ องค์ประกอบหลัง 2 ส่วน คือ เทคโนโลยีคอมพวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunication Technology)
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
         * คอมพิวเตอร์ จัดเป็นเทคโนโลยีหลักของเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคปัจจุบัน เนื่งจากคอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งด้านการบันทึก การจัดเก็บ การประมวลผล การแสดงผล และการสืบค้นหาข้อมูลสารสนเทศ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบ่งเป็นเทคโนโลยีย่อยที่สำคัญได้ 2 ส่วน คือเทคโนโลยีอาร์แวร์และเทคโรโลยีซอฟแวร์
           1.1เทคโนโลยีฮาร์แวร์    หมายถึง  อุปกรณ์ทุกชนิดที่ีประกอบขึ้นเป็นตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่ต่อพ่วงเชื่อมโยงจำแนกตามหน้าที่การทำงานออกเป็น 4 ส่วน คือ
                    1.1.1 หน่วยรับข้อมูล
                    1.1.2 หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู : CPU  (Central Processing Unit)
                    1.1.3 หน่วยแสดงผลข้อมูล (Output Unit
                    1.1.4 หน่วยความจำสำรอง (Secondary Storage Unit)
            1.2เทคโนโลยีซอฟแวร์ (Software)  หมายถึงโปนแกรมหรือชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
                    1.2.1 ซอฟแวร์ระบบ (System Software)   หรือชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์แวร์และซอฟแวร์ทำงานตาทมคำสั่ง
                    1.2.2 ซอฟแวร์ประยุกต์ (Application Software)  คื่อชุดคำสั่งที่ผู้ใช้ส่งเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามผูที่ใช้ต้องการ

วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับครู
Information and Communication Technology for Teachers
รหัส PC 54504            3(2-2-5)

คำอธิบายรายวิชา
                 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น ไมโครคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบการสื่อสารข้อมูล ระบบเน็ดเวิร์ล ระบบซอฟแวร์ การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ เครื่องมือการเข้าถึงสารสนเทศทักษะการเข้าถึงสารสนเทศ ฐานข้อมูลสารสนเทศ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์และการอ้างอิง ฝึกปฏิบัติ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานและใช้เทคโนโลยีสารสนเทคและการสื่อสารอย่างเหมาะสม

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Assingnment 1

1.จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ตามความเข้าใจของนักศึกษา
    เทคโนโลยี       หมายถึง  การใช้ความรู้ เครื่องมือความคิด หลักการ เทคนิคความรู้  ระเบียบวิธี กรบวนการตลอดจนผลงานทางวิทยาศาสตร์
    เทคโนโลยีสารสนเทศ     หมายถึง  ประมวลผลสารสนเทคเทคนิควิธีการต่างๆที่ถูกนำมาใช้ในการจัดข้อมูล
    เทคโนโลยีกาารสื่อสาร    หมายถึง  การนำสื่อหรือข้อมูลของฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายหนึ่งประกอบด้วยผู้ส่งสารหรือแหล่งกำเนิด

2.Cyberbully  หมายถึงการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์คือการประทุษร้ายหรือทำให้อับอายผ่านทางอิเล็ทรอนิกส์
    
1.จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ตามความเข้าใจของนักศึกษา
     1.1เทคโนโลยี (technology)